ชีวิตแค่โดนทำร้าย….(แต่ที่สุดต้องไม่โดนทำลาย แค่วันนี้หัวใจสลาย…ยย)

เมษายน 21, 2009 โดย teppei78
ถึงฤดูกาลที่น่าเบื่ออีกแล้ว ฤดูร้อนเป็นฤดูน่าเบื่อ สำหรับเราเสมอ และรู้สึกว่านับวัน
โลกเราจะร้อนขึ้นกว่าเดิม บ้านเมืองก็แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ยากที่จะปรองดอง
ยังไม่รู้เลยว่า อนาคตของประเทศไทยจะลงเอยยังไง ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะเป็น
คนดี 24 ชั่วโมง… พยายามไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่นินทาว่าร้ายใคร ยังไม่รู้เหมือนกัน
ว่าจะพยายามไปได้ซักเท่าไหร่ "ทำดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดี แต่อย่างน้อยก็ถือว่าทำได้ดี
แล้ว…" การเป็นคนยอมคนของเรา การมองโลกในแง่ดีของเรา การเป็็๋นคนมีน้ำใจของเรา
ในสังคมที่มีแต่คนเอารัดเอาเปรียบ แก่งแย่งแข่งขันและเห็นแก่ตัวกันเป็นส่วนใหญ่…
ทำให้บางครั้งเรารู้สึกท้อใจ น้อยใจว่าทำไมสังคมเมืองของคนที่ยอมรับว่า
มีความรู้ มีการศึกษา เห็นแก่ตัวและแล้งน้ำใจขึ้นทุกวัน เห็นได้อย่างเหตุการณ์เมื่อเช้า
เราก็กำลังต่อแถวเพื่อขึ้นรถมาทำงานปกติ ในรถเหลือ 4ที่นั่ง เรายืนอยู่ 2 คนกับผู้หญิง
อีกคน… เราก็ให้เค้าเข้าไปก่อนเพราะเรา ต้องลงก่อนใคร จึงขอนั่งติดประตู แต่ในจังหวะ
นั้นก็มีผู้หญิง 2 คน ผู้ชาย 1 คน มาด้วยกัน พวกเค้ากรูขึ้นรถด้วยความรีบเร่งโดยไม่ได้
ดูเลยว่ามีกี่ที่นั่ง สุดท้ายแล้ว เหลือเรายืนหัวโด่อยู่คนเดียวนอกรถ นี่ถ้าเป็นคนอื่นเค้า
คงด่าไปแล้วมั้งที่แซงคิวเค้า แบบนี้ แต่ด้วยพื้นฐานทางจิตใจเราเป็นคนอ่อนข้อ ไม่ด่า
ไม่ว่าใครอยู่แล้วมั้ง…. คงได้แต่ ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกับคำถามในใจ ว่า ทำไมเราไม่ว่าเค้า
ปล่อยให้เค้าเอาเปรียบอยู่ได้ แตกต่างจากผู้คนที่อยู่ตามต่างจังหวัด บ้านเราเอง
เรารู้สึกว่าเค้ามีน้ำใจ อัธยาศัยและมิตรไมตรีที่ดีเสมอ… รู้สึกว่าอยากจะกลับบ้านนอกขึ้นมา
ทุกขณะจิต วน วน เวียน เวียน ซ้ำ ซ้ำ เดิม เดิม…. เหมือนใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปในแต่วัน
แต่ละเดือน แต่ละปี เงินทองก็ไม่เค้ย ไม่เคย จะเก็บหอมรอมนิบได้กะใครเค้าเล้ย…
ชีวิตเรา…เอาไงดี?…เฮ้อ เปลี่ยนเรื่องดีก่า!!
……………บ่อยแค่ไหนที่คุณจะเจอคนที่ใช่….
นั้นซิ…น่ะ เป็นคำโปรยจากภาพยนตร์ เรื่อง ONCE ส่วนตัวยังไม่เคยดูหรอกน่ะ แต่ชอบ
คำที่เค้าโปรยไว้จังเลย ให้ตายซิ เมื่อวานก็เพิ่งเหมือนจะเจอคนที่ใช่ แถว 7-Eleven
แถวบ้าน… ทำเอา ตุ้มๆ ต่อมๆ ไปพักนึง แถมวันนี้รวมดาวสาวสยาม ของบริษัทรึไงไม่รู้
เจอพร้อมกัน 4 สาวในเวลาพักเที่ยง…. เหตุการณ์แบบนี้หาดูได้ยากมากน่ะจะบอกให้…
ข้าวปลาก็กินไม่ลง ยังกะนั่งอยู่กลาง บรรดาสาวงามทั้งหลาย…. คุคุคุ

Give me 1 shot my lady

กุมภาพันธ์ 5, 2009 โดย teppei78
น่ารักเมื่ภ??ธภ?ยู่ใกล้
        วันนี้ตั้งใจตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะไม่อยากไปทำงานสายอีกแล้ว การตื่นเช้าี
ทำให้เราไม่ต้องเร่งรีบและเห็นอะไรดีดี แบบว่า แบบว่าเราได้พบกับผู้หญิงคนนึง
ซึ่งเราไม่ได้เจอมานานมากไม่รู้จักชื่อเค้าหรอกแต่เรียกเค้าว่า ออย… ไม่รู้ทำไม
เค้าน่าจะเหมาะกับชื่อนี้อ่ะนะ ตอนนั้นเรานั่งอยู่บนรถเมล์ เห็นออยเดินมาแต่ไกลๆ
แล้วล่ะ หน้าตาเค้าก็ไม่ได้สวย แต่รวมแล้วก็ดูดี แต่ที่สะดุดตามากที่สุดคือเค้าเป็น
คนผมสวย ผมยาวประมาณบ่า แต่ท่วงท่าทุกก้าวที่เดินเหมือนผมติดสปริงดึ๋งๆ แล้ว
เดินไปก็จะฮัมเพลงเบาๆ ยิ้มนิดๆ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยเน้อ สงสัยพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า
ซะแล้ว ว่ะฮ่าฮ่า ฮึฮึฮึ (หัวเราะเจ้าเล่ห์ น่ะเราเนี๊ย)!!
 
ครายย มาาวว...เภ??๊กก!
     เขียนแต่เรื่องตอนเช้าไม่เห็นเขียนเรื่องตอนเย็นเลยเน้อ… จริงๆ แล้ว ตอนเย็นหลัง
เลิกงานก็ไม่มีเรื่องเล่าซักเท่าไหร่ หลังจากลงรถตู้ก็จะนั่งสาย12 กลับ นั่งเบาะหลังสุด
ชิดขวาที่เดิมเป็นประจำ ที่ได้นั่งที่เดิมเป็นประจำเพราะสาย12 มีเยอะมาก เห็นจอดที
3-4 คัน แล้วจะมีช่วงนึงที่รถลอดอุโมงค์ rhythmที่ลงอุโมงค์ตอนนั้นเราจะหลับตา
แล้วลืมเรื่องที่ไม่ดีๆ ในแต่ละวันทิ้งไป พอรถโผล่อุโมงค์ขึ้นมา เราก็จะลืมตาแล้วนึกถึง
แต่เรื่องดีดี ที่จะเกิดต่อไป… หลังจากลงรถเมล์ ทางที่เดินกลับroom99 จะมีร้านขาย
ยาดองเล็กๆ อยู่ริมถนน บางวันก็เปิดเพลงพรศักด์ ส่องแสง บางวันก็เฉลิมพล มาลาคำ
…. แต่มีอยู่วันนึง เดินผ่าน เฮ้ย! กูเดินเข้าผิดซอยป่าวว่ะ… เสียงเพลง ลอยมาแต่ไกล
Girl you take my breath away ของพี่ ลีโอ พุฒ…. ร้านขายยาดองที่เปิดพรศักด์
เปิด เฉลิมพล นี่น่ะ Oh my God! แทบจะเซเข้าร้านไปขอ ช้างกระทืบโรง ซักหนึ่งช็อต…
เข้าถูกซอยแล้วแต่ทำไมกลับห้องไม่ถูกฟร่ะ ….เอิ๊กก!! (คราายย มาวว …..ม่ายย มาว)

slumdog millionaire

มกราคม 30, 2009 โดย teppei78
ฅนจรหมภ??หมิ่น
        เริ่มกลับเข้าสู่โหมด สู้ชีวิต… ในเมือง(ใหญ่ขนาดนี้) หลังจากที่กลับบ้านเกิด
เมืองนอนในช่วงตรุษจีน ไม่ได้มีเชื้อสายจีนแต่อย่างใดแต่อาจเพราะมีความรู้สึกว่า
นับวันเรายิ่งห่างจากครอบครัวขึ้นทุกที… เฮ้อ  กลับมาสู่สภาพแวดล้อมที่เร่งรีบ
แต่ไม่รู้ทำไม  ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าแค่ไหน แต่ก็จะออกมาขึ้นรถเวลาเดิมทุกวัน
และในระหว่างทางที่นั่งรถมาทำงาน เราก็จะพบเจอเหตุการณ์เดิมๆ …บ้างก็เจอ
หนุ่มขี้เมาเดินโซซัดเซโซ ข้างกายมีสาวโอเกะ พยุงออกมาจากร้านในยามเช้า
   เจอสาวเซ็กซี่หุ่นดียืนรอรถอีกฝากฝั่งถนน ….   เจอคนสติไม่สมประกอบเดินสวน
ทางรถ พร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบอิ่มเอิบใจ… ในช่วงเศรษฐกิจเผาจริงขนาดนี้
จะมีใครซักคนมั๊ย ที่ยิ้มหวานเจี๊ยบได้ขนาดนี้น๊า เพราะดูใบหน้าผู้ร่วมทางแต่ละคน
งัวเงีย บูดบึ้ง เหมือนขี้เกียจไปทำงานงั้นแหละ บางครั้งเราก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
ก็พยายามคิดว่าไม่ได้ไปทำงาน แต่ไปทำในสิ่งที่เราชอบ เราอยากทำ ไปพบปะ
เพื่อนฝูง และในทุกๆ วันพยายามคิดดี ทำดี ไม่โกรธ ไม่เกลียดใคร เท่านี้ก็น่าจะทำ
ให้ชีวิตเรา FEEL GOOOD ได้เน้อ  และระหว่างทางที่นั่งรถไป จะมีบางวันที่เรามี
ความสุขมากๆ แต่ต้องขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่างที่มาพร้อมกันโดยบังเอิญ นานที
จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ คือ…มีเพลงที่เพราะๆ ฟังระหว่างทาง
พร้อมกับได้ร่วมทางกับ…ผู้หญิงที่….โอ๊ย..เขิลล วุ๊ย!แบบว่าช่าย!! เลย ….เฮ้อ
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ ใบหน้า เปื้อนยิ้มแบบอิ่มเอิบใจ …. คุ้นๆ ประโยคนี้แฮะ…
—————————————————————————————
     ปล. วันที่กลับบ้านไป ขับรถผ่านตลาดเช้าในยามบ่าย เจอผู้ชายคนนึงผิวคล้ำไหม้
เกรียมด้วยแรงแดด กำลังเข็ญขยะจากตลาดไปทิ้ง ฟังดูอาจจะเห็นเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป
ที่พบเจอได้ แต่ผมรู้จักชายคนนี้แบบผิวเผิน น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ย้อนความไปเมื่อ
ครั้นประถมศึกษาตอนปลาย เราก็เรียนและเล่นไปตามวัย แล้วก็จะสังเกต เห็นเด็กคนนึง
มายืนเกาะที่รั้วโรงเรียนเป็นประจำ เฝ้ามองดูเด็กคนอื่นๆ เล่นกัน ด้วยแววตาสีหม่น
ทางบ้านเค้าคงจะไม่มีกำลังทรัพย์ส่งค่าเล่าเรียน จึงไม่ได้เข้าเรียนตามวัยที่ควรจะเป็น…
ในแต่ละวันที่ผ่านพ้น เค้าดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำความสะอาด เก็บขยะจากตลาดสด
ภาพที่เห็นชินตาจะสวมเสื้อผ้ามอมแมม มีล้อเข็ญเข่งขยะ เดินเก็บขยะจากแผงต่างๆ
ในยามตลาดวาย พอเสร็จจากช่วงสายๆ บ่ายคล้อยถึงเย็น ก็จะเห็นเค้าไปโผล่ทำหน้าที่
เดิมๆ อีกฝากตลาดนึงซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก… ที่เกริ่นย้อนความเป็นไป เป็นมา เพราะจาก
วันนั้นถึงวันนี้ เวลาก็ลุล่วง ผ่านไป เกือบ 18 ปี… นานมากเลยเน้อ เด็กคนนั้นถึงผู้ใหญ่ี้
ในวันนี้ เค้ายังดำรงชีวิตด้วยการทำความสะอาด เก็บขยะที่ตลาดสดอีกเหรอ …เห็นเค้า
คราวนี้ดูกรำแดดกรำฝน ผ่านงานหนักมาจนดูเกินวัย… ขณะที่ขับรถผ่าน เห็นเค้าเพียง
ไม่กี่วินาที แต่ความทรงจำต่างๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ถ้าวันนั้นเค้ามีโอกาสทางการ
ศึกษาบ้าง อย่างน้อยน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้เน้อ… ที่สุดแล้วเค้าก็ไม่ได้งอมือ งอเท้า
ขอใครกิน ถึงจะเป็นงานที่ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่นัก…. แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแทนเค้าว่า
แค่มีชีวิตอยู่ บนโลก บูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้….ก็พอแล้ว(มั้ง)  คนเราจะคิดเสมอว่าความสุข
จะมาจากการได้ครอบครอง ชื่นชมในสิ่งที่เราไม่มี แต่ไซร้แล้วความสุขที่แท้จริง คือ….
การได้ชื่นชมในสิ่งที่เรามีอยู่ ต่างหาก…
……..อย่างน้อยเค้าก็เป็น "คนจร หมอนหมิ่น ในใจเราเสมอ"……….

Coffee Break… เอี๊ยดด!!!

ธันวาคม 3, 2008 โดย teppei78

                                                              
   ในทุกๆ วันที่หลังจากลงรถเมล์ ระหว่างเดินไปขึ้นรถตู้ จะเดินผ่านร้านรวงต่างๆ
ระหว่างทาง…. แต่ไม่เคยได้สังเกตุเลยว่ามีร้านไรบ้าง เพราะรีบเร่งที่จะไปขึ้นรถตู้
…… แล้วมีอยู่วันหนึ่งได้เจอผู้หญิงคนนึงมองจากข้างหลังแล้วดูสวยสะดุดตา …
ใส่กระโปรงสั้น ขาเรียวสวย เดินเข้าไปซื้อ กาแฟ….. ทำให้เราได้รู้ว่าตรงนี้มีร้าน
กาแฟด้วยพอผู้หญิงคนนี้หันหน้าออกมา….. เอ๊ะ คนที่บริษัทนี่นา…. วันนั้นเค้าดูสวย
เป็นพิเศษ…. จำได้ว่าเคยขึ้นลิฟท์ กะเค้า 2 คน ใจเต้นเร็วผิดปกติ ไม่กล้ามองแม้แต่
หน้าเค้า เฮ้อ! ใจฉันช่างเต้นแรงเหลือเกินกว่าใจของคนอื่นกว่าใจของผู้คนอื่น
ไม่อาจฝืนน ใจเต้นเร็วเหลือเกิน  …… ฉันเป็นอะไรไม่รู้ ยั้งใจไม่ค่อยอยู ooh! 
วกกลับมา เรื่องกาแฟดีกว่า แล้วชื่อร้าน ก็ไม่ได้สนใจว่าชื่ออะไร เดินผ่านเกือบ
ทุกวัน  เฮ้อ!

    มาวันนี้ มาลงรถเมล์ก่อนเวลา 10 นาที….. เลยตัดสินใจว่าจะลองชิมกาแฟร้านนี้
ดีมั๊ยน่ะ….  เดินผ่านไปแล้ว …. เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงมองออกมา สบตากันพอดี…
ตอนนั้นเค้ากำลัง ล้างแก้วอยู่…. เราเดินเลยผ่านไปแล้วล่ะ แต่เหยียบเบรคกระทันหัน
แล้วเดินถอยหลัง ก้าวเข้ามาในร้าน…. จังหวะนั้นเค้ากำลังล้างแก้วไปเพลินๆ…..
หันหน้ามาเจอเราอยู่ที่หน้าเคาเตอร์…. หน้าตาเค้าตกใจมาก….  นึกว่าตูเป็นโจรปล้น
สวาทรึไงน่ะ ทันใดนั้นแก้วที่ล้างอยู่ หล่นจากมือ ลงสู่พิ้นดัง เพล้ง(Ecko)  ดูจาก
หน้าตาที่ตื่นตระหนก มือไม้สั่น ราวกับว่ากำลังจะถูก ฆ่าข่มขืน…..  เธอได้สืบเท้าถอย
หลังประชิดผนัง ส่ายหน้าตลอดเวลา พร้อมกับพรึมพรำว่าโอ้ว ไม่น่ะ อย่าน่ะ ได้โปรด
… เราก็รู้ว่าทำให้เค้าตกใจมากเพราะ  เค้าอยู่คนเดียว…. แต่เราก็สืบเท้าเข้าหาประชิดตัว
และสะแหยะยิ้มหวานกลบเกลื่อน อีกมือนึง  พรางลูบศรีษะเค้าพร้อมกับเอ่ยปากว่า
ไม่เป็นไรน๊า…. เอ่เอ๊ นิ่งเตะ น๊า นิ่งเตะ  เค้าแค่มาขอซื้อ กาแฟแก้วซักนึงเท่านั้นเอง
 ดูเค้าคลายความตระหนกไปได้นี๊ดส์นึง….   แล้วถามกลับมาพร้อมกับน้ำตานองหน้าว่า
 …..ฮือๆๆ(สะอึกสะอื้น)  เอากาแฟไรดีค่ะ……   

            เอสเปรสโซ่คับ…. เราเพิ่งรู้จากรายการตลาดสดสนามเป้าว่า เอสเปรสโซ่คือ
หัวกาแฟ… คงรสชาติเข้มข้นน่าดู เค้าก้ปั่นกาแฟ…ไป….  เราก็นึกขำในใจว่า เฮ้อ !!!
ทำไมเข้าร้านเค้าไม่ให้สุ้มให้เสียงน่ะ…. แต่คนขายก็น่ารักดีน่ะ… ดูสบายๆ ดี ทำธุรกิจ
ส่วนตัวของตัวเอง…    เสร็จแล้วรับกาแฟออกมา…  ลืมดูชื่อร้านไปซะนี่….  แต่ตอนที่
นั่งรถตู้แล้ว จึงหมุนแก้วมาดู…ถึงรู้ว่าชื่อร้าน

~ “แ ค่ ค น อี ก ค น ” ~

พฤษภาคม 12, 2008 โดย teppei78
ไม่ได้เขียนบล็อกซะนานเลย ช่วงนี้บล็อกเงียบๆ ไปด้วยซิ คอมพิวเตอร์ที่ห้องก็เสีย
ช่วงปลายเดือนตังค์ก็หมดอีก อยู่ในฐานะเป็น
ผู้ไม่ มีอันจะกินในทันที บ่อยครั้งทำไมช่วงเวลาที่เราลำบาก มักจะโดนเคราะห์ซ้ำ
กรรมซัดแทรกแซงชีวิตเสมอ แล้วยิ่งมารู้ว่าผู้หญิงที่เรา
คอยที่จะเจอเค้าในทุกๆ วันหลังเลิกงาน เค้าเปลี่ยนไป… เค้าเปลี่ยนไปเพราะเค้า
ไม่ได้นั่งรถ(มนต์รักสองแถว)กลับกับเราเหมือนเคย เด๋วนี้
เค้า มี BMW มารับเค้าแล้ว… เราได้แต่มองตาปริบๆ เวลาเห็นเค้านั่งบนรถกะสารถี
คนใหม่ จริงๆ แล้วก็พูดไปงั้นแหละ ไม่เคยเห็นเค้านั่งรถ
ไปกะใครหรอก เพียงแต่เพื่อนที่เคยนั่งรถกลับกะเราทุกวัน เค้าบอกว่าเค้าเห็น 2 ครั้ง
2 คราแล้ว บังเอิญกับเป็นช่วงที่เราไม่ได้เจอเค้าเลย
ขับรถสองแถวส่งแอ๋วเรียนราม ปีนี้คนงามเรียนอยู่ปีสามนิติศาสตร์
ออกรถทุกวันเหนื่อยจนใจนั้นแทบจะขาด
ค่าโดยสารคนละบาทอุตส่าห์ประหยัดส่งแอ๋วเรียนรามขับรถสองแถวส่งให้แอ๋วเรียน
แอ๋วก็หมั่นเพียรขยันไปเรียนรอบค่ำ ทุกเย็นทิ้งวินรับส่งยุพินถึงบ้านประจำ
รักกันไม่เคยเกินกล้ำสำเร็จจากรามเราหวังแต่งกัน พอขึ้นปีสี่คนดีไยมาเปลี่ยนแปลง
แอ๋วไปนั่งรถมัสแตงติดแอร์สีแดงรับส่งทุกวัน
เป็นลูกเศรษฐีห้อยกระบี่นายร้อยสามพราน
แฟนใหม่แอ๋วมีหลักฐานสองแถวโดยสารแอ๋วเลยไม่มอง
เดี๋ยวนี้สองแถวขาดแอ๋วนั่งเคียง เหลือไว้แต่เพียงเบาะเปล่าที่ไร้เจ้าของ
สองแถวมันจนหน้ามนแอ๋วเลยไม่มอง ขับรถหัวใจลอยล่องต้องล็อคประตูเข้าอู่ร้องไห้
วันที่ 30 กรกฎาคม 2550 เป็นวันแรกที่ซี่รี่ส์ Entourage กลับมาฉายตอนใหม่อีกครั้ง
ทาง HBO
เราคนนึงล่ะที่เป็นแฟนซี่รี่ส์เรื่องนี้
ชอบการใช้การใช้ชีวิตของตัวละครในเรื่องมั่กมาก ถึงแม้จะเป็นละครแต่ก้รู้สึกว่ามัน
ก็มาจากชีวิตจริง ทำไมน๊า! ชีวิตเค้าถึงได้มีความสุข
จนน่าอิจฉา เพราะตัวละครในเรื่อง ชีวิตเค้าจะมีแต่ ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ สาวๆ สวยๆ…
ทำให้เรารู้สึกว่า เออ…เน้อโลกนี้มันดูมีสีสันเป็นความ
บันเทิงอีกด้านนึงที่มีผลกระทบทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างในยามที่รู้สึกแย่… ถึงแม้ว่า
ชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้ ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ สาวๆ สวยๆ
แต่แค่เราได้ดูซี่รี่ส์นี้ แล้วเห็นเค้ามีความสุข ก้ทำให้เรายิ้มออกและมีความสุขแล้วนี่นา…

Friday I’m in L.O.V.E (again(please!))

พฤษภาคม 12, 2008 โดย teppei78
ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เพราะเมื่อศุกร์ก่อนเราก้ได้รู้จักเพลงที่ทำให้รู้สึกดีกับชีวิต. . .
แต่วันนี้ยิ้มจนแก้มปริ
เพราะหลังเลิกงานได้เจอ
กับคนที่คิดถึง .…Friday I’m in L.O.V.E … ยังใช้ได้กับเราอยู่เสมอ
วันนี้พี่โชเฟอร์ไม่ได้ไปส่งเรา ที่รอรถประจำ แต่จอด
ใกล้ๆ หน้าบริษัทคนที่คิดถึง…รู้แต่ว่าเค้าทำงานอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้ว่าบริษัทไหน
เราต้องเดินข้ามถนนไปรอรถอีกฝั่ง จังหวะนั้น
ก็ไม่ได้มองอะไร แต่แล้วทันใดนั้นเอง ……….เราก็เจอคนที่คิดถึงรอรถอยู่
จะเรียกว่า ความบังเอิญหรือว่าบุพเพสันนิวาสดีน่ะ
วันนี้เค้าใส่ เสื้อ+กระโปรงสีดำ ทั้งชุดเลย
แต่งตัวก็น่ารักออกไปทางเรียบร้อย หน้าตาก็ไม่แต่ง…นี่ขนาดไม่กล้าที่จะหันไป
มองเค้า ก็ยังไม่ลืมที่จะจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ รอรถไม่นานเลย
คิดเอาไว้แล้วว่า ต้องนั่งคนล่ะฝั่งกับเค้า …และ
ไม่นึกเลยว่า ความรู้สึกในวันศุกร์ก่อนนั้นที่อยากจะเจอเค้ามากๆ แต่ไม่ได้เจอ …
แต่กลับส่งผลมาเจอเค้าในวันนี้ เมื่อศุกร์ที่แล้ว
เราได้รู้จักเพลงที่ เพราะมากๆ เพลงนึง แต่ว่าถ้าเราได้เจอเค้าในศุกร์ที่แล้ว
อาจจะมีความสุขใจมากเกินไปก้ได้ บางทีสวรรค์
อาจจะสร้างสมดุลความสุขของชีวิตเราก็อาจใช่ มากไปก้ไม่ได้ น้อยไปก้ไม่ดี
ตอนที่นั่งรถก็ได้นั่งคนละฝั่งสมใจ นั่งมองหน้า
เค้าตลอดทาง “อมยิ้ม”อยู่คนเดียว คนที่สังเกตอาจว่าเรา บ้า!! ก็เป็นได้…
แต่เวลาที่เค้าหันมา
เราก้ต้องคอยหลบตาอยู่เสมอ..
ทำไงได้ความต้านทาน หัวใจต่ำเหลือเกิน…เฮอๆ มันเป็นธรรมดาที่เวลา
แห่งความสุขย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ..
ว้า!!…วันนี้รถไม่ติดเหมือนเคยเลย การที่มีความรู้สึกดีดีให้กับใครซักคน
มันทำให้โลกใบนี้
น่าอยู่ขึ้นมาเยอะเลยเน้อ…
ต่อจากนี้ไป ไม่ขออะไรมาก
“ขอแค่ให้มี เรื่องพิเศษพิเศษ เกิดขึ้นกับผมแค่วันละครั้ง…ก็พอ”
(บางสิ่ง บางอย่าง ควรเว้น……………….ช่องว่าง…………………ไว้ระหว่างกัน)

a d a y w e e k l y

พฤษภาคม 12, 2008 โดย teppei78
วันเคลื่อน เดือนคล้อย … แต่ชีวิตน้อยๆ ของเราก็ยังจมอยู่ที่เดิม “คนเราควรทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง
แล้วก้าวไปข้างหน้า แต่แ_งทำไม
ผมไปไหนไม่ได้ซักที” มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ เคยคิดมั๊ยว่า ในหนึ่งวัน
เรามี 24 ชั่วโมงเท่าคนอื่นรึป่าวน่ะ
คงจะเท่ากันอยู่แล้วล่ะ แต่ทำไมบางคนสามารถที่จะทำอะไรมากมายหลายอย่างได้ในหนึ่งวัน
แต่สำหรับเราวันหนึ่งมันเลยผ่านมา
แล้วก็เลยผ่านไป เราใช้เวลาไม่คุ้มค่ารึป่าวน่ะ ต่อจากนี้ไปเราต้องมีวินัยกับตัวเองและบริหารเวลา
ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่น
บ้างซะแล้วล่ะ… บางวันก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่บางวันมันก็ช่างเนิ่นนานกว่ามันจะพ้นจะผ่าน

เมื่อไหร่หนึ่งวันจะผ่านซักที…เฮ้อ
วันนึงเรานั่งมองกองซีดีที่แถมมากับนิตยสาร DDT ที่เราอ่านประจำแต่น้อยครั้งมากที่จะหยิบมาฟัง

อาจเป็นเพราะเราไม่มีเครื่องเล่น
ซีดีด้วยมั้ง แต่ถ้าอยากฟังต้องฟังจากคอมฯ… เดือนนี้น้องสาวกลับบ้านเลยไปยืมเครื่องเล่นซีดี
เค้ามา แล้วก็หยิบเอาซีดีที่เก็บไว้ตาม
ตรอกซอกซอยของมุมห้องที่แสนจะกะทัดรัด มาฟังในยามที่กลับมาจากทำงาน มีหลายเพลงที่
เพราะมาก หลายเพลงที่แปลก แปลก!!
ไม่คิดว่าจะแต่งเป็นเพลงได้ก้แต่งจนได้ อย่างโฆษณาที่ผู้ชายคนนึงปวดท้องแล้วไปขอซื้อ
ทิชชู่กะอาซิ้ม… ชื่อเพลงไม่ไหวแล้ว..ฮามาก
และนี่ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่อยากทำแล้วก้ได้ทำแล้ว… หนทางหมื่นลี้ ยังมีก้าวแรกเลย เน้อ ค่อยๆ เป็น
ค่อยๆ ไป ล่ะกัน ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าน่ะ
อาทิตย์นี้และอาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้เจอกับเธอคนนั้นบ่อยครั้ง แต่ทำไมน่ะเราจะชอบช่วงเวลา
ที่เจอเค้าอยู่บนรถมากกว่า
ก็แน่อ่ะดิ
เพราะดูมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเรา (แค่ได้พบเธอ…ระหว่างทาง) มีเรื่องที่ทำให้ดีใจมาก
อีกเรื่องคือ ร้านขายน้ำปั่นที่เราชอบกินมาก
พี่เค้ากลับมาขายอีกครั้ง เพราะก่อนหน้าที่ไม่เห็นมาขายหลายเดือนแล้ว ถามคนแถวนั้นก็บอกว่า
เลิกขายไปแล้ว เราก็เสียใจไปอยู่พักนึง
เพราะเค้าทำน้ำส้มปั่นอร่อยมาก ที่ชอบกินเพราะอยากจะเลิกกินน้ำอัดลม เลยต้องหาสิ่งทดแทน

แล้วก็ทดแทนได้จริงๆ วันนี้เลยซื้อมา
สองถุงเลย ระหว่างที่เดินกลับห้อง เจอพี่สุดเท่! ที่ขายกระเพาะปลาแกจอดรถในซอย เค้ายังวัยรุ่น
อยู่เลยแต่ก็ยังทำมาหากินโดยขี่มอไซต์
และพ่วงหม้อกระเพาะปลาด้านข้าง ที่เรียกเค้าว่าพี่สุดเท่! เพราะเค้าเรียกเราว่า “น้องสุดหล่อ” ฮ่าฮ่า
แต่คำขอบคุณของพี่เค้าหลังจากที่เรา
รับถุงกระเพาะปลามาแล้ว ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ช่วยเหลือคน คนนึง ให้มีชีวิตอยู่สู้ต่อไปยังไงยังงั้นเลย
เค้าบอกว่า “ขอบคุณมากน่ะคับ
ที่เป็นกำลังใจให้ “ …สั้นๆ แต่กินใจเหลือเกิน ไม่นึกเลยว่ากระเพาะปลาหนึ่งถุงจะทำเอาเราซาบซึ้ง
ถึงเพียงนี้
กินกระเพาะปลาไปน้ำตาแห่ง
ความปลื้มปิติก็พรั่งพรูออกมา เสมือนว่าเราได้เป็นหนึ่งในสมาชิกองกรณ์ u n i c e f ….

เมื่อวานซืนของเมื่อรืนนี้

พฤษภาคม 12, 2008 โดย teppei78
เมื่อวานซืนของเมื่อรืนนี้ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วก็จะคิดว่า เอ…เป็นวันอะไรน่ะ เป็นคำพูดที่วกวน
นิดนึงแต่แฝงไว้ด้วยนัยที่ดีมาก
ได้มาจากรายการโทรทัศน์ “อัจฉริยะข้ามคืน” คำตอบมันอยู่คงที่ไม่ไปไหน คือ…”วันนี้”…
เมื่อวานซืนของเมื่อรืนนี้ ทำให้เรานึก
กลับไปมองวันคืนเก่าๆ อดีตที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง . . . . . แล้วอนาคตเราต่อไปจะเป็นเช่นไร
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นกับการ
กระทำของเราใน “วันนี้” คำพูดของหลายคนที่ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด …แล้วอนาคตจะดีเอง!
ท่าจะมีส่วนจริงไม่น้อย
เพราะถ้าเริ่มมา
ดีแล้ว ปลายทางก็น่าจะดีอ่ะเน้อ … เมื่อวันก่อน ค้นหาของในตู้เสื้อผ้า ไปเจอโปสเตอร์แผ่นนึง
เป็นโปสเตอร์ใบโปรดเมื่อ 2 ปีก่อน
พอดีย้ายห้องเลย เก็บไว้ไม่เป็นที่ ก้เลยลืมไปเลย… เป็นโปสเตอร์ของ นิตยสารในดวงใจที่สุดในชีวิต
เป็นความรู้สึกที่ดีใจอย่างสุดซึ้ง
ที่ในโลกใบนี้มี นิตยสารที่ทำให้ชีวิตน้อยๆ ชีวีตนึงพึงจะปลาบปลื้ม ตื้นตันใจได้เพียงนี้ เป็น
โปสเตอร์ที่รวมหน้าปกนิตยสาร ประมาณ
55 เล่ม ในระยะเวลา 2 ปีกว่า ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ จนมาถึงเล่มปัจจุบัน เป็นนิตยสารที่ชื่อน่ากินมาก
คือ ” H a m b u r g e r “ นั้นเอง
จำไม่ได้ว่าตอนนั้นเรียนอยู่ปีไหน แต่เคยผ่านตากับนิตยสาร รายปักษ์หัวนี้แล้ว แต่ไม่ได้สนใจ
ซักเท่าไหร่ แต่มาสนใจซื้อเพราะใครคนนึง
ขึ้นปก เค้าคนนั้นคือพี่ชายร่วมสาบานเราน่ะ อิ อิ Leo Put นั่นเอง พอได้อ่านคอลัมม์ต่าง ๆ
ทำให้รู้ชอบมากและทำให้รู้สึกรักในเวลาต่อมา
ข้อดีอย่างนึงคือเป็นนิตยสารรายปักษ์ ทำให้เราไม่ต้องรอนาน วันที่1และ16 ก้ออกแล้ว
แต่เราเรียนที่ต่างจังหวัด อาจจะช้าไปซัก 2-3 วัน
และมีร้านขายไม่กี่ร้าน บางครั้งไปไม่ทัน ขายหมดก่อนก็มี… ทุกครั้งที่นิตยสารจะออกวางแผง
เราจะมีความสุขมาก จะลุ้นว่า บุคคลที่เรา
ชื่นชม ชื่นชอบจะได้ขึ้นปกรึป่าวน๊า? จะมีเรื่องของลีโอ พุฒรึป่าวน๊า? ทำให้เราติดนิสัยรักการอ่าน
ไปโดยปริยาย และยังทำให้รู้สึกว่า
เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปเลย……I love H a m b u r g e r ……
อนิจจา…กาล เวลาและเหตุผลบางประการ ทำให้ H a m b u r g e r เ ปี๋ ย น ไ ป๊ …..
โอ้ว!! ไม่นะทำไมทำกับแฟน Hamฯ อย่างเราได้ลงคอ
หน้าตาที่เปลี่ยนไป รูปเล่มที่เปลี่ยนไป ราคาที่เปลี่ยนไป จุดยืนที่เปลี่ยนไป ….
เราคนนึงที่เสียใจอย่างสุดซึ้ง จากหนังสือที่
เคยเป็น นิตยสารบันเทิงเชิง สาระ … อิ่ม สบายท้อง มาวันนี้ รสชาติไม่อร่อยเหมือนเคย
แต่ยังไงคนเคยรักกันน่ะ “ยังไงก็รัก” เราเองก็
พยายามปรับตัวให้เข้ากับแนวทางที่เปลี่ยนไปให้ได้…. แต่ไปได้ไม่นานก็ต้องหยุด เพราะ บางครั้ง
ถ้าคนเราฝืนใจทำอะไรที่ ใจจำยอม
วันหนึ่งจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ก้ตัดสินใจเลิกรากันไป ต่อมาไม่นาน HAM ก็ เ ปี๋ ย น ไ ป๊ อีกแล้ว
คราวนี้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ หนักขึ้น
กว่าเดิมอีก ทั้งรูปร่างหน้าตา และราคาที่สูงกว่าเดิม. . . ถ้าเปรียบเทียบเป็นหญิงสาว เมื่อก่อน
เธอคงสวยเป็นธรรมชาติ ใสๆ ซื่อๆ ….
วันเวลาผ่านไป…ใจคนก็เปลี่ยนแปลง เธอคงหลงใหลในเมืองใหญ่ หน้าตาเลอะไปด้วยเครื่องสำอางค์
เสื้อผ้าอาภรณ์ เริ่ดหรู
ไร้ซึ่งเค้าโครงแม่สาว H a m บ้านนอกคนเดิม . . . เจ้าจากพี่มา เจ้าลืมทุ่งนาฟ้ากว้าง เจ้าลืม
ฟากคลองสองฝั่ง ฝั่ง ลืมทั้งทุ่งทอง
จวบจนบัดนี้ มิเห็นมีน้ำเจิ่งนอง ชื่อว่าแสนแสบคลอง เหมือนคนหมองต้องแสบแสน
. . . . . . . . . . . . . . . ส วั ส ดี . . . . . . . . . . . . . . . .

dO u BeLiEvE iN dEstiNy?

พฤษภาคม 11, 2008 โดย teppei78
       วันนั้นของเดือนมาเยือนเราอีกแล้ว วันที่หลายสิ่งหลายอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า F a i l …มาบรรจบในวันเดียวกัน บัดซบบ…จริงจริงเลย
จะทำอย่างไร หา…จะทำอย่างไร … อยากทำอะไรก็เชิญ ก็เชิญได้เลยตามสบาย ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องยอมอะไรมากมาย …โอย บ้าล่ะ
ตัวร้ายกะตัวดี ซัดกันนัวเนีย ในตัวเราเอง เกิดอาการกลืนไม่เข้า คายไม่ออก กลับตัวก็ไม่ได้จะไปต่อไปก็ไปไม่ถึง… อาการคล้ายคล้าย
กะคนอกหักเลย แต่เราไม่ได้อกหักนี่นา มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักหรอกน่ะ มันเริ่มตั้งแต่เดินออกจากห้องทำไมไม่มั่นใจตัวเองเลย
แล้วก็มาทำงานสายมากกว่าที่เคยสายเพราะปกติจะมาสาย10 นาที แต่วันนี้มาสายเกือบ 20 นาทีแนะ โดนหักตังค์ทุกเดือนแต่ก็ไม่เคย
จำใส่หัวเลย โดนหักตังค์ก็เท่าๆ กับ พิซซ่าถาดกลางชุดนึงเลย….นี่ยังไม่ครึ่งเดือนโดนเค้าสั่งถาดเล็กรอแล้ว… เดือนนี้ไม่ถาดกลางก็ใหญ่
แน่ๆ เลย มาทำงานก็สาย คิดงานก็ไม่ออก เพื่อนอีกคนก็ลาพักร้อน อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ รับหน้าเสื่อแทนเค้าอีก ไหนจะงานตัวเองอีก
โอ๊ย!! มันเรื่องอะไรของผม เนี๊ยะ…. เลยต้องรีบกลับห้องเร็วกว่าปกติ หวังว่าอาจจะเจอใครซักคนระหว่างทางที่อาจจะทำให้วันนี้
มีรอยยิ้มบ้าง แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว เอาน่า!! อดทนกว่านี้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าซิน่า (ก่อนนอนก็ภาวนาขอให้พรุ่งนี้เป็นวันพิเศษ พิเศษด้วยเถิด สาธู๊)
      ทุกเช้าที่เราลืมตาตื่นขึ้นมา ยืดเส้นยืดสายแล้ว จะต้องออกมาที่ระเบียงมองไปที่ที่หนึ่ง ไม่ได้โฟกัสที่จุดไหนแต่จะมองไปข้างหน้าที่
เดิมมุมเดิมทุกวัน… เหมือนกับว่า “ผมกำลังคิดถึง…….ใคร……คนนึง —————— แต่ไม่รู้จะตามหาเธอได้ยังไงในเมืองใหญ่ขนาดนี้”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน ช่วงเวลาหัวค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาฝนตกปรอยๆ หิวข้าวแล้วแต่ก็ขี้เกียจออกไปซื้อ กะต้มมาม่ากินแล้วเชียว
แต่คิดไงไม่รู้ออกไปซื้อดีกว่า… เดินออกมาซื้อแถวปากซอย จังหวะที่รอกับข้าวที่สั่ง เราก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงคนนึงอยู่ฝั่งตรงข้ามเรา
หน้าตาเด็กคนนึ้ ละม้ายคล้ายกับคนที่เรากำลังคิดถึงเลย ไม่ได้เจอเค้าซักพักใหญ่ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้สุขสบายดีหรือป่าว สายตาเราก็โฟกัส
ไปที่เด็กคนนี้…. ในขณะเดียวกันมีผู้หญิงคนนึงเดินผ่านจุดโฟกัส ที่เรามองอยู่…….dO u BeLiEvE iN dEstiNy? ……………………
ผู้หญิงคนที่เรากำลังนึกถึงคนนั้น เธอเดินผ่านจุดโฟกัสเราไป….OH! UNBeLiEvEable  bUt  IMpOSSible  iS  nOthiNG
            เกิดอาการ เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ เอ๋อเหรอพูดไม่ออกไปไม่เป็น
     วันนี้มาถึงที่ทำงานสาย(ปกติ) เริ่มต้นทำงานในเช้าวันอังคาร สำหรับตัวเองคิดว่าวันอังคารนี้เป็นวันที่ดีเพราะรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว
การทำงานก้คล่องตัวมากขึ้น ไม่ติดขัดเหมือนเมื่อวาน ถึงงานจะเยอะกว่าเดิมก็เถอะ(หนักเอาเบาสู้) วันนี้เวลาผ่านไปเร็วมาก ต่างจากเมื่อวาน 
โดยสิ้นเชิง แต่ก็ถือได้ว่าวันอังคารนี้เป็นวันที่ดีสำหรับเราอีกวันนึง เหมือนจะหมดไป 1 วันแล้ว แต่ฟ้าคงประทานพรที่เราขอเมือคืนนี้
ขอให้มีเรื่องพิเศษ พิเศษ เกิดขึ้นกับผมแค่วันละครั้งก็พอ…. เป็นจริงแล้ว ตอนที่ยืนรอรถกลับ ไม่นานรถก็มา… สายตาเราไปสะดุดที่ใครคนนึง
เหมือนเค้าอมยิ้มด้วยที่เห็นเรา(คิดเข้าข้างตัวเองไปงั้นแหละ) ถึงปากเราจะไม่ยิ้มแต่ตาเราก้ยิ้มน่ะที่เจอเค้า ขากลับคนเยอะมาก อดนั่งฝั่งตรงข้าม
อดมองหน้าเค้าเลย แต่ก็ยังดีที่อยู่บนเรือลำเดียวกัน เอ๊ย!! รถคันเดียวกัน…. ขากลับครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทาง แล้วซักหน่อยฝนก็ตกลงมาหนักมาก
แต่ในขณะเดียวกันทำไมเรารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่สดใสสำหรับเราเลยนะ……
    — ฝนเทลงมา เทลงมาๆ ในนาตูฮง นาตูฮงๆ ให้ทรงตูเปียก ทรงตูเปียกๆ ให้เสื้อตูเปียก เสื้อตูเปียกๆ —

~ hALf aN eYE siGHt ~

พฤษภาคม 11, 2008 โดย teppei78
      เมื่อวันก่อนโน้น เพื่อนชวนไปร้องคาราโอเกะที่ BluO Rhythm & Bowl @ esplanarde สถานที่ดูดีน่ะ แต่ทำไมเพลง
น้อยจังและไม่มีเพลงที่เราอยากจะร้องเลย…เฮ้อ ก็เลยต้องนั่งฟังเพื่อนๆ ร้องอยู่ 2 ชม. ช่วงนี้พบปะเพื่อนบ่อยจังเลย อาจจะเป็น
เพราะรู้สึกว่าชีวิตมันขาดอะไรไปมั้ง… เลยออกไปไหนมาไหนมากขึ้น เผื่อว่าชีวิตจะได้เจออะไรที่มันต่างจากที่เป็นอยู่ในตอนนี้
 หลังจากร้องโอเกะเสร็จเพื่อนก็ชวนไปดูกล้องที่ Fortune อยากได้กะเค้าเหมือนกันแต่ไม่มีตังค์เหมือนเค้านี่นา… เฮ้อ(again) 
ก่อนที่จะกลับลองแวะร้านหนังสือการ์ตูนเป็นร้านที่เราเคยเดินผ่านมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่คิดที่จะเข้าไปเลย แต่วันนั้นเพื่อนชวน
ทำให้เราอยากจะได้หนังสือการ์ตูน ตอนแรกคิดไว้ว่าจะซื้อ “ถึงจะเห่ย…แต่ก็สู้นะเฟ้ย” แต่หาไปหามากลับไปเจออีกเรื่อง ชื่อว่า
“BECK” เป็นชื่อ หมา แต่เนื้อเรื่องน่าจะเกี่ยวกับนักดนตรี อินดี้ ที่ไต่เต้าจนมีชื่อเสียง เดาเอาคร่าวๆ เพราะคุ้นๆ ว่า เคยอ่านเรื่อง
ย่อนิดหน่อย ก็เลยซื้อมาลองอ่านก่อน 3 เล่มทั้งหมดคงประมาณ 20 เล่มมั้งเท่าที่เห็น … ไม่ได้อ่านหนังสือการ์ตูนมานานมากแล้ว
ทำให้หวนนึกถึง วัน เวลา เก่าๆ เคยรู้สึกมั๊ยว่าบางครั้ง วันเวลา เก่าๆ ที่ผ่านไป วันนึงมันก็กลับมาอีกครั้ง รู้สึกว่าเราเคยอยู่ตรงนี้
เวลาประมาณนี้ บรรยากาศแบบนี้ แปลกเน้อ!
      ไม่ได้เจอหน้าเธอนานแล้ว เพราะอะไรน่ะ? เป็นคำถามที่อยากจะรู้คำตอบมั๊ยน่ะ รึว่าปล่อยให้เกิดช่องว่างไว้แบบนี้แหละดีแล้ว?
ทุกครั้งที่นั่งรถผ่านบริษัทเค้า เราจะคอยชะเง้อ มองว่าเค้าจะกลับรึยังน่ะ เหมือนกับที่หลายคนเคยพูดไว้ว่า “แค่เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี”
เฮอๆ ตลกตัวเองจังเลย เป็นไรไปเนี๊ยะ ไม่ได้เจอเค้านานผิดปกติไปแล้ว เพราะเมื่อก่อนยังเจออาทิตย์ละครั้งบ้าง สองอาทิตย์บ้าง
เอ…รึว่า เค้าจะย้ายที่ทำงานใหม่น่ะ โอ้ว…ไม่น่ะ ยังไม่ได้บอกอะไรกะเค้าเลย (ว่าแต่ว่า เราจะบอกอะไรล่ะ) เคยคิดว่าจะเอาโน้ตให
เค้าแล้วมีข้อความในโน้ตว่า http://teppei.blogbkk.com/main.php?pack=blog_view&t=1&t2=&t3=&id=425  
เป็นการเขียนถึงเค้าครั้งแรก … อาจจะเชยไปหน่อยเน้อ แต่วิธีนี้คงเหมาะกับเราแล้วล่ะ เกริ่นไปซะเยอะเลย จริงๆ แล้ววันนี้เจอเธอคนนั้น
ด้วยแหละแต่วันนี้คนเยอะไปหน่อย นั่งฝั่งเดียวกัน แล้วมีคนคั่นกลางตั้ง 2 คน ไม่เห็นหน้า เห็นแต่เรียวขา เฮอๆ…   ไม่รู้ทำไมน่ะ เวลาที่
เจอเค้าเราจะต้องหยิบ MP3 มาฟังเพลง ” ครึ่งสายตา – sqweez animal” แล้วปกติเค้าจะลงรถที่เดียวกะเรา แต่วันนี้เค้าลงก่อนคง
เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เห็นหน้าเค้าอีกครั้ง(ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก) ล้อรถหมุนตัวเคลื่อนที่ออกไป พร้อมกับท่วงทำนองเพลง
ที่ฟังอยู่ …ทำไมเธอไม่มองที่ฉัน ทำไมเธอไม่มองที่ฉันเลย… เหมือนผูกเรื่องให้คล้องจองกันเลยเน้อ แต่มันเป็นความบังเอิญจริงๆ
 
       หลังจากนั้นก็เก็บความน้อยใจเดินจากไปแสนไกล แต่คำถามก็ยังคาใจตลอดมา …เดินเตร็ดเตร่หาอะไรกินก่อนกลับห้อง เบื่อข้าวปลา
เบื่อเส้น งั้นกินอะไรดีล่ะ นึกขึ้นได้แถวนั้นมี สเต็กขาย ราคาย่อมเยา…ชื่อ “สเต็กโตจัง” เราก็สั่งสเต็กเนื้อชุดนึง เพิ่มไส้กรอก ไม่นานเค้า 
ก็มาเสิร์ฟ แต่เอ…ทำไมมีแต่ เนื้อกะไส้กรอก แล้วน๋มปังกะไข่ดาวไปไหน ทั้งๆ ที่ถามว่า ไข่ดาวเอาสุกรึป่าวด้วยน่ะ ก้เลยหันไปมองที่เค้า 
เค้าก็ยิ้มประมาณว่าเด๋วน่ะกะลังทอดอยู่ว่างั้น เดาจากสายตาน่ะ เรากินจนจะหมดแล้ว ประมาณว่ามาเสิร์ฟก็คงหมดพอดีอ่ะนะ… แล้วก็
เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ เอ..ทำไมเค้าใส่น๋มปัง + ไข่ดาว + ไส้กรอก มาจานใหญ่จัง แปลก!ๆ อยู่น่ะ… เราก้จัดการเอาส้อมจิ้มน๋มปังที่หน้าตา
แปลกๆ อืมม…อร่อยมากเลย น๋มปังหน้าตาแปลกนี่อร่อยจริงๆ… พออ้ำคำที่สาม ทำไมเหมือนมีก้างปลาน่ะ… ใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว โอ้วไม่น่ะ
อย่าบอกน่ะว่าที่กินน่ะ เป็น สเต็กปลา… เราไม่ได้สั่งนี่นา รีบเอามือล้วงกระเป๋าตัวเองสำรวจทรัพย์สินในร่างกายว่ามีเท่าไหร่ พอจะจ่ายค่า
สเต็กมื้อนี้หรือไม่ ควักออกมามี 160 บาทขาดตัว หันขวับไปที่เมนูแล้วเอื้อมไปหยิบอย่างช้าๆ พร้อมกับเอามือปิดช่องราคาไว้ แล้วค่อยลุ้นๆ
เปิดยังกะเล่นไพ่ โอ้ว..ป็อก 9 สองเด้ง จ่ายมาเลย…ม่ายช่าย!! สเต็กปลา 89 + สเต็กเนื้อ 69 = 158 – 160 => 2 . . . . เย้!! รอดแล้ววุ้ย!!